ติดตาม Epson Thailand

บทความ : เดินเครื่องหุ่นยนต์มุ่งหน้าสู่ยุคปฏิวัติภาคการผลิต

ข่าวประชาสัมพันธ์   •   ส.ค. 27, 2018 15:21 +07

อุตสาหกรรมการผลิตแทบทุกวงการของไทยกำลังเปิดรับหุ่นยนต์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทำงาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะกระแสโลกปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางนี้ อันที่จริงแล้ววงการอุตสาหกรรมเริ่มมีการใช้งานหุ่นยนต์มากว่าสามทศวรรษจากรายงานล่าสุดของ Allied Market Research บริษัทวิจัยการตลาดชื่อดังของโลกเปิดเผยว่า ตลาดหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีแนวโน้มที่จะชะลอตัว โดยจากตัวเลขของตลาดมูลค่าราว 8.82 แสนล้านบาทในปี 2555 กลับพุ่งขึ้นเป็น 1.35 ล้านล้านบาทในปี 2563 สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะความต้องการระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กำลังทะยานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำไมอุตสาหกรรมการผลิตในภูมิภาคนี้ถึงได้สนใจการใช้หุ่นยนต์มากนักคำตอบนั้นสามารถอธิบายได้จากหลักเศรษฐศาสตร์และหลักการทำธุรกิจพื้นฐานนั่นก็คือ ผู้ผลิตพบว่าเมื่อใช้หุ่นยนต์แล้วสามารถยกระดับคุณภาพการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นได้ทั้งยังมีความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น และคุณภาพผลิตภัณฑ์ก็สม่ำเสมอได้ตรงตามมาตรฐานจุดที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การผลิตที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับแวดวงการผลิตที่ต้องการพัฒนาสินค้าใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ผู้ผลิตยังพบว่าต้นทุนของการผลิตลดลง เพราะหุ่นยนต์เข้ามาช่วยลดขั้นตอนในการทำงานให้รวดเร็วขึ้น ข้อดีทั้งหมดนี้ได้นำไปสู่บทสรุปข้อเดียวที่ผู้ผลิตทุกรายต้องการ นั่นก็คือ รายได้ที่เติบโตขึ้น ด้วยเหตุนี้เองหุ่นยนต์จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่ผู้ผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาในแถบเอเชียที่มีความคล่องตัวและความยืดหยุ่นสูงกว่าประเทศอื่นๆ

อุตสาหกรรมยานยนต์ ถือเป็นตลาดหลักตลาดหนึ่งของหุ่นยนต์ ซึ่งในปี 2555 มูลค่าของหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมนี้ สูงกว่า 2.43 แสนล้านบาท โดยในขั้นตอนของการผลิตนั้นหุ่นยนต์จะคอยทำหน้าที่จัดการกับส่วนประกอบต่างๆของรถมานานหลายทศวรรษแล้ว ยิ่งกว่านั้นในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมายังมีการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อใช้ในงานที่ซับซ้อน มากขึ้น เช่น การตรวจสอบคุณภาพการผลิตหรือในขั้นตอนที่ต้องทำงานร่วมกับมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีอีกหลาย อุตสาหกรรมที่ช่วยเร่งให้หุ่นยนต์มีจำนวนการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมยางและพลาสติก อุตสาหกรรมเครื่องจักร อุตสาหกรรมโลหะ และอุตสาหกรรมการผลิตเลนส์สายตา ซึ่งจากรายงานของ Allied Market Research ยังระบุอีกว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นวงการที่ใช้หุ่นยนต์เพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยมีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 6.9% ในช่วงระหว่างปี 2556 - 2563 และในปัจจุบันไม่ใช่แต่โรงงานผลิตขนาดใหญ่เท่านั้น ผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลางก็เริ่มเปิดรับเทคโนโลยีหุ่นยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ

ค่ายผู้ผลิตเทคโนโลยีหุ่นยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่นอย่างเอปสัน ได้พัฒนาหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันได้ติดตั้งหุ่นยนต์ให้กับโรงงานผลิตทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 50,000 ตัว ซึ่งปฏิบัติงานในหลากหลายรูปแบบ

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการด้านการขายและการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หุ่นยนต์ของเอปสันที่นิยมในโรงงานผลิตต่างๆ คือหุ่นยนต์ประเภท SCARA และหุ่นยนต์แขนกล 6 แกน ซึ่งหุ่นยนต์ทั้งสองประเภทนี้มีจุดแข็งตรงที่สามารถปฏิบัติงานในพื้นที่จำกัด มีความแม่นยำ เที่ยงตรงและความเร็วสูง โดยเอปสันถือเป็นผู้นำในตลาดหุ่นยนต์แบบ SCARA ด้วยส่วนแบ่งการตลาดด้านรายได้สูงถึง 37.4% ในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งได้ติดตั้งหุ่นยนต์ประเภทนี้ไปแล้วกว่า 2,500 ตัว และคาดว่าอัตราการเติบโตของหุ่นยนต์ SCARA ในภูมิภาคนี้จะสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องในระดับสองดิจิท”

เอปสันคือหนึ่งในค่ายเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน โดยมีอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ถูกจับตามอง เนื่องจากทั้งภาครัฐและเอกชน แสดงความจริงจังในการเพิ่มความแข็งแกร่งสำหรับภาคการผลิตเพื่อพร้อมแข่งขันอย่างเต็มที่ในตลาดโลก โดยรัฐบาลอินโดนีเซียได้ประกาศจัดตั้งศูนย์กลางอุตสาหกรรมอีก 36 แห่ง ภายในอีก 20 ปี ข้างหน้า ซึ่งเอปสันจึงได้จัดตั้งศูนย์ Robot Evaluation Centre ที่กรุงจาการ์ตา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และคำปรึกษาแก่โรงงานผู้ผลิตเกี่ยวกับการลงทุนติดตั้งหุ่นยนต์และประโยชน์ที่จะได้รับ นอกจากนี้เอปสันยังเริ่มเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในไทยและเวียดนามอีกด้วย

นายยรรยง กล่าวต่อว่า “สำหรับประเทศไทยหุ่นยนต์แขนกลของเอปสันมีใช้ในโรงงานผลิตอย่างแพร่หลายมากว่า 20 ปีแล้ว รวมถึงการที่รัฐบาลออกโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ตามด้วยอุตสาหกรรม 4.0 ก็ทำให้วงการเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเกิดการตื่นตัวมากขึ้น เอปสัน ประเทศไทยจึงเริ่มรุกตลาดโดยเน้นที่กลุ่มโรงงานผลิตขนาดเล็กและกลางในอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์”

อีกประเด็นที่มักถูกพูดถึงคือ การเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมนั้นจะทำให้การว่าจ้างแรงงานมนุษย์ลดลง แต่จากรายงานของ International Federation of Robots ในปี 2554 กลับระบุว่าการใช้งานหุ่นยนต์ 1 ล้านตัว จะสามารถช่วยสร้างงานใหม่ได้ถึง 3 ล้านอัตรา ซึ่งหุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน โดยมนุษย์ไม่ต้องทำงานภายในสภาพแวดล้อมที่ร้อนหรือสุ่มเสี่ยงต่อสารพิษ รวมทั้งหุ่นยนต์ยังช่วยยกระดับกระบวนการทำงานและคุณภาพผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆกันด้วย

ในขณะที่การพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีอื่นๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบแมชชีนวิชั่น ระบบจดจำเสียงและคำพูด ระบบตรวจจับสัมผัส หรือระบบควบคุมท่าทางการเคลื่อนไหว จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพหุ่นยนต์ให้มีความสามารถมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกไม่เพียงแต่จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ยังชาญฉลาดยิ่งขึ้นอีกด้วยดังนั้นคำถามเดียวที่เหลืออยู่สำหรับผู้ผลิตในวันนี้ก็คือ เราจะเริ่มนำระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติเข้าไปใช้ในโรงงานผลิตของตัวเองให้เร็วที่สุดได้อย่างไร

เกี่ยวกับเอปสัน

เอปสันคือผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย ตั้งแต่อิงค์เจ็ท พรินเตอร์ และ 3LCD โปรเจคเตอร์ นาฬิกา ไปจนถึงหุ่นยนต์แขนกลสำหรับอุตสาหกรรม เอปสันมุ่งมั่นที่จะก้าวไปให้เหนือกว่าจินตนาการของลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก ด้วยการมอบคุณค่าจากเทคโนโลยีที่มีขนาดกระทัดรัด ประหยัดพลังงาน และมีความแม่นยำสูงแก่ลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น องค์กร ธุรกิจ ผู้ใช้ตามบ้าน กลุ่มพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ที่ประเทศญี่ปุ่น กลุ่มบริษัท เอปสันมี ทีมงานมากกว่า 76,000 คนใน 87 สาขาทั่วโลก และมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยเหลือชุมชนในทุกประเทศที่เอปสันได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ

http://global.epson.com/

เกี่ยวกับ เอปสัน สิงคโปร์

ตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา เอปสันได้เข้าไปมีบทบาทในตลาดสำคัญๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค คือ เอปสัน สิงคโปร์ ซึ่งต่อมาได้ขยายขอบเขตการดูแลพื้นที่ออกไปครอบคลุม 11 ประเทศ โดยรับผิดชอบด้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันทันสมัยของเอปสันให้แก่ลูกค้าองค์กรและบุคคลทั่วไป ควบคู่ไปกับการให้การสนับสนุนลูกค้าทางด้านต่างๆ ผ่านเครือข่ายที่สมบูรณ์พร้อมของบริษัทฯ อันประกอบด้วยศูนย์บริการ 500 แห่ง โซลูชั่นเซ็นเตอร์ 7 แห่ง และโรงงานผลิต 7 แห่ง

http://www.epson.com.sg


เกี่ยวกับเอปสัน ประเทศไทย

บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนตุลาคม 2533 โดยครอบคลุมการบริหารตลาดประเทศไทย กลุ่มประเทศ CLM และปากีสถาน ปัจจุบัน เอปสัน ประเทศไทย มีพนักงาน 126 คนและเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 131 แห่งทั่วประเทศ สินค้าเอปสันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำในตลาดสินค้าไอที มีความทนทาน และฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีเยี่ยม โปรเจคเตอร์เอปสันซึ่งใช้เทคโนโลยี 3LCD และ E-TORL ลิขสิทธิ์ของเอปสันได้เจาะตลาดประเทศไทย และขยายสัดส่วนการตลาดอย่างรวดเร็ว พรินเตอร์เอปสันได้รับการพิจารณาว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำในทุกตลาด ตั้งแต่ในกลุ่มมืออาชีพ กลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ในขณะที่บริษัทฯ ยังคงคุณภาพมาตรฐานอันดีเยี่ยมของสินค้าและการบริการเหนือระดับ เอปสันจะยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

http://www.epson.co.th

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ :

เอปสัน ประเทศไทย
วิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 870

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: wisa.t@eth.epson.co.th

รัตนะ ปิยะกุลดำรง หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 849

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: rattana.pi@eth.epson.co.th

พิสิฏฐา ขจรพิพัฒน์ หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 875

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: phisittha.k@eth.epson.co.th

บริษัท พีอาร์พีเดีย จำกัด
ชัยวัฒน์ สิมะวัฒนา ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ มือถือ: 08-9811-7937

อีเมล์: cwprpedia@gmail.com

ปาณิศา ใจรักษาธรรม ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ โทร: 06-153-51644

อีเมล์: naprpedia@gmail.com

ไฟล์แนบ

เอกสาร Word

ความเห็น (0)

เพิ่มความเห็น

ความเห็น

Agree With Privacy Policy