ติดตาม Epson Thailand

เอปสันเปิดตัวอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซ

ข่าวประชาสัมพันธ์   •   ก.ค. 13, 2017 12:21 ICT

อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงหัว

12 กรกฎาคม 2560 - เอปสันเสริมทัพอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่รุ่น WorkForce มั่นใจเทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซ (Micro Piezo) แกร่งแซงหน้าเลเซอร์พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร ทั้งใน ด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่า

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่า จะเป็นหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชน หรือแม้แต่ธุรกิจรับพิมพ์เอกสารจะเลือกพิมพ์งานในปริมาณมากด้วย เลเซอร์พรินเตอร์หรือผ่านเครื่องถ่ายเอกสาร เพราะยังเชื่อว่าพิมพ์งานได้เร็ว คุณภาพดี และต้นทุนต่อแผ่นไม่แพง แต่วันนี้เอปสันกำลังจะปฏิวัติการพิมพ์ในองค์กร ด้วยมัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กร ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ตระกูล WorkForce ที่ใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซของเอปสัน”

“การจะเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ ของผู้ใช้เอปสันจำเป็นต้องมีสินค้าที่สามารถตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าในการ ลงทุนที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้าได้ ซึ่งสินค้าใหม่ที่เปิดตัวในครั้งนี้ทั้ง WorkForce Enterprise WF-C20590 และ

WF-C17590 เป็นมัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการพิมพ์ปริมาณมากใน องค์กรขนาดใหญ่โดยเฉพาะ สามารถพิมพ์ทั้งสีและขาวดำได้เร็วเท่ากันถึง 100 แผ่น/นาที ในรุ่น WF-C20590 และ 75 แผ่น/นาที สำหรับรุ่น WF-C17590 ด้วยต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ประหยัดและคุ้มค่ากว่าเลเซอร์พรินเตอร์ และเครื่องถ่ายเอกสาร โดยพิมพ์ขาวดำถูกกว่า 26% และพิมพ์สีถูกกว่าถึง 300% ทั้งยังรองรับประเภทงานพิมพ์ที่ หลากหลายภายในองค์กร ทั้งบนกระดาษขนาด A3 กระดาษหนาพิเศษ 350 แกรม และกระดาษยาวต่อเนื่องถึง 120 เซนติเมตร”

“นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์ต่อเนื่องในความเร็วสูงโดยคุณภาพไม่ตก เพราะมีเทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซรุ่น ล่าสุด PrecisionCore Line Head ที่สามารถยิงน้ำหมึกลงบนกระดาษที่วิ่งผ่านหัวพิมพ์ไปด้วยความเร็วสูงได้อย่าง แม่นยำ บวกกับเทคโนโลยีตรวจสอบหัวฉีดหมึก Nozzle Verification ช่วยรักษาความต่อเนื่องในการพิมพ์ให้ไม่ สะดุด และระบบสายพานไฟฟ้า (Electrostatic Transfer Belt) ที่ช่วยให้กระดาษวางเรียบขณะพิมพ์ ทำให้ได้งาน พิมพ์คุณภาพดี และด้วยกระบวนการพิมพ์เช่นนี้ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนและชิ้นส่วนอุปกรณ์มากมายในการพิมพ์เหมือนอย่างเลเซอร์พรินเตอร์ จึงช่วยให้ราคาเครื่องและค่าพิมพ์ต่อแผ่นถูกว่า ทั้งยังช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่าการพิมพ์ด้วยเลเซอร์พรินเตอร์ถึง 90% การบำรุงรักษาก็ยังง่ายและถูกกว่า รวมไปถึงอายุการใช้งานก็ยัง นานกว่าอีกด้วย ลูกค้าจะรู้ได้ทันทีเมื่อใช้เครื่อง WF-C20590 และ WF-C17590 ว่าประหยัดกว่าและคุ้มค่ากว่า การใช้เลเซอร์พรินเตอร์” นายยรรยง กล่าวเสริม

WF-C20590 และ WF-C17590 ยังรวมฟังก์ชั่นสำหรับพรินเตอร์ สแกนเนอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และแฟกซ์ไว้อย่างครบครันสามารถสแกนเอกสารหน้าเดียวเร็ว 60 หน้า/นาทีและสแกนหน้าหลัง 110 หน้า/นาที ทั้งสองรุ่นยังใช้ หมึกกันน้ำ DuraBrite Pigment Ink ในตลับหมึกความจุสูง 4 สี ซึ่งสามารถพิมพ์สีได้ 50,000 แผ่น และขาวดำ 100,000 แผ่น ทั้งยังสามารถสั่งพิมพ์ผ่านโมบายด้วยแอพพลิชั่น Epson Connect, Google Cloud Print, Mopria เป็นต้น

นอกจาก WF-C20590 และ WF-C17590 แล้ว เอปสันยังเปิดตัวWorkForce Pro WF-C869R มัลติฟังก์ชั่น อิงค์เจ็ทพรินเตอร์สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ใช้หัวพิมพ์ PrecisionCore และระบบหมึก RIP (Replaceable Ink Pack) ชุดหมึกที่ถอดเปลี่ยนได้ รองรับการพิมพ์สีได้ 84,000 แผ่น และขาวดำ 86,000 แผ่น โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดหมึก ทั้งยังพิมพ์ได้เร็ว 24 แผ่น/นาที และสแกนที่ 25 หน้า/นาที พรินเตอร์ WF-C869R ยังเป็นแพลทฟอร์มเปิด ใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นควบคุมการพิมพ์และสแกนไฟล์ผ่านเว็บไซต์ เช่น PaperCut MF เป็นต้น

“เอปสันเป็นผู้ผลิตและเจ้าของเทคโนโลยีด้านอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรายหนึ่งของโลกและมีประสบการณ์ในการพัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 3 ทศวรรษ ผ่านการปฏิวัติพรินเตอร์ประเภท ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์โฟโต้ พรินเตอร์ระดับมืออาชีพสำหรับการพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม จนมาถึง พรินเตอร์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ที่สำคัญทั้งหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซ ชิ้นส่วนทุกชิ้นในพรินเตอร์ รวมไปถึงน้ำหมึก ล้วนแต่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยเอปสันเอง ทำให้พรินเตอร์ของเอปสันมีความเสถียรและประสิทธิภาพสูง และสามารถรับประกันคุณภาพได้”

“บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเสริมทัพสินค้าในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายขององค์กรในแต่ละประเภทธุรกิจและในงบประมาณที่แตกต่างกัน โดยยังชูจุดเด่นที่ความคุ้มค่าในการลงทุนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเลเซอร์พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสารนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะสร้างพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายกลุ่มใหม่ เพื่อเน้นเจาะตลาดองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจปล่อยเช่า

เครื่องถ่ายเอกสาร ร้านศูนย์ถ่ายเอกสาร รวมไปถึงกลุ่มสถาบันศึกษาและหน่วยงานราชการ พร้อมกับให้การรับ ประกันเครื่องแบบ on-site service ระยะเวลา 1 ปี ซึ่งลูกค้าสามารถขยายระยะเวลาคุ้มครองได้นานถึง 5ปี เพื่อนำสินค้าของเอปสันสอดแทรกเข้าไปในตลาดให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าสำหรับผู้บริโภคและเพื่อทดแทน เลเซอร์พรินเตอร์ รวมถึงเครื่องถ่ายเอกสารที่ยังใช้อยู่ในองค์กรธุรกิจต่างๆได้” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย

บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนตุลาคม 2533 โดยครอบคลุมการบริหารตลาด ประเทศไทย และอินโดจีน (เวียดนาม พม่า ลาว และกัมพูชา) ปัจจุบัน เอปสัน (ประเทศไทย) มีพนักงาน 123 คน ศูนย์บริการ 137 แห่ง และเครือข่าย ตัวแทนจำหน่าย 166 แห่งทั่วประเทศ สินค้าเอปสันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำในตลาดสินค้าไอที มีความทนทาน และฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีเยี่ยม โปรเจ็คเตอร์เอปสันซึ่งใช้เทคโนโลยี 3LCD และ E-TORL ลิขสิทธิ์ของเอปสันได้เจาะตลาดประเทศ ไทย และขยาย สัดส่วนการตลาดอย่างรวดเร็ว พรินเตอร์เอปสันได้รับการพิจารณาว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำในทุกตลาดตั้งแต่ในกลุ่ม มืออาชีพ กลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ในขณะที่บริษัทฯ ยังคงคุณภาพมาตรฐานอันดีเยี่ยมของสินค้าและการบริการ เหนือระดับ เอปสันจะยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม http://www.epson.co.th

ไฟล์แนบ

เอกสาร Word

ความเห็น (0)

เพิ่มความเห็น

ความเห็น