ติดตาม Epson Thailand

​บทความ : AR และแว่นตาอัจฉริยะ คู่เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์   •   มิ.ย. 18, 2018 15:42 +07

บนเส้นทางที่ประเทศไทยถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและมุ่งหน้าเข้าสู่ยุคที่รัฐบาลเรียกว่า “Thailand 4.0” ทุกกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมจะนำวิทยาการ เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และการวิจัยพัฒนามาใช้เพื่อต่อยอดและพัฒนาธุรกิจอย่างจริงจังมากขึ้น พร้อมทั้งการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน กระบวนการผลิตสินค้าและการให้ บริการไปจนถึงวิธีการสื่อสารกับลูกค้าและสังคม

เทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันมากในปัจจุบัน ซึ่งเราจะสามารถผนวกโลกแห่งความเป็นจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน นั่นก็คือ Augmented Reality (AR) หรือเทคโนโลยีเสมือนจริงที่แสดงภาพดิจิทัลซ้อนทับบนสภาพแวดล้อมของจริงได้ เทคโนโลยีนี้ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ประสบการณ์ AR ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกคนพูดถึงในขณะนี้ คงไม่พ้น เกม Pokemon Go ที่กำลังเป็นที่คลั่งไคล้ไปทั่วโลก เกมนี้น่าจะช่วยพิสูจน์ว่าเทคโนโลยี AR ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจนเรียกได้ว่าอนาคตของ AR นั้นดูสดใสมาก ผลการศึกษาของ Juniper Research ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการวิจัยตลาดโมบายและออนไลน์ระบุว่า ตลาดโดยรวมของเทคโนโลยี AR และอุปกรณ์แบบสวมใส่ (Wearable Technology) นั้น จะมีมูลค่าสูงถึงราว 5-6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี

นับจากนี้

เทคโนโลยี AR นั้นเข้ามามีบทบาทอย่างไรกับภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี AR และแว่นตาอัจฉริยะ ถูกนำมาใช้ในมหาวิทยาลัยเพื่อฝึกอบรมวิศวกรและแพทย์ ซึ่งในแวดวงการแพทย์ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนแพทย์ กำลังใช้เทคโนโลยี AR เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิชากายวิภาคศาสตร์ให้กับนักศึกษา เพื่อให้มองเห็นถึงรายละเอียด ตำแหน่ง และโครงสร้างของอวัยวะมนุษย์ หรือแม้กระทั่งในพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์เอง ก็นำเทคโนโลยี AR มาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับผู้เข้าชมงานศิลป์อีกด้วย

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การผสานเทคโนโลยี AR เข้ากับแว่นตาอัจฉริยะเป็นการเปิดมิติใหม่ด้านการนำเสนอคอนเท้นท์ พร้อมทั้งยกระดับการสื่อสารด้วยภาพไปอีกขั้น โดยมีลักษณะการทำงานแบบ hands-free หรือไม่ต้องใช้มือช่วยจับอุปกรณ์ สำหรับเอปสันมีแว่นตาอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเอง ภายใต้ชื่อ Moverio ซึ่งปัจจุบันได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายภาคธุรกิจ”

ที่เมืองเบรสชา ประเทศอิตาลี มีการใช้แว่นตา Moverio ตามสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเห็นภาพเสมือนจริง 3 มิติของสถาปัตยกรรมของชาวโรมันในยุคโบราณ และนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสสิ่งปลูกสร้างจากโลกเสมือนนั้นในรูปแบบอินเตอร์แอ็คทีฟกับคอนเท้นท์ต่างๆ ได้ จนรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในยุคสองพันกว่าปีที่แล้วจริงๆ

ส่วนในภาคการศึกษาแว่นตา Moverio ถือเป็นเครื่องมือในอุดมคติสำหรับการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ของยุคศตวรรษที่ 21 ช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ได้มากขึ้น เช่นโรงเรียนอนุบาลที่เมืองนากาโน่ ประเทศญี่ปุ่น ใช้แว่นตา Moverio BT-200 ของเอปสัน ให้เด็กนักเรียนศึกษาเกี่ยวกับท้องฟ้าและหมู่ดาว

สำหรับแว่นตา Moverio ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรม เช่นกรณี Mekorot บริษัทผลิตน้ำดื่มที่ประเทศอิสราเอล ได้ใช้ระบบ AR และแว่นตาMoverio สนับสนุนการปฏิบัติงานของวิศวกรฝ่ายบำรุงรักษาที่ต้องทำงานในพื้นที่อันตรายจากกระแสไฟฟ้าแรงสูง โดยวิศวกรสามารถดูภาพแม่แบบของอุปกรณ์ รวมถึงขั้นตอนการบำรุงรักษาผ่านแว่นตา Moverio ได้

ส่วนภาคสาธารณสุข มีการใช้งานแว่นตา Moverio มานานแล้ว ในฐานะเครื่องมือประกอบการผ่าตัด เช่นกรณี CN2 ผู้พัฒนาเทคโนโลยี AR ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น Visualizing the Future ใช้คู่กับแว่นตา Moverio เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยกรณีต่อสายระบายของเหลวจากช่องเยื่อหุ้มปอด นอกจากนี้แว่นตา Moverio ยังใช้คู่กับเครื่องบินโดรนในการควบคุมการบินระยะไกล ซึ่งจะสามารถแสดงมุมมองเสมือนกับอยู่บน

ที่นั่งคนขับ พร้อมทั้งยังให้คำแนะนำและข้อมูลเส้นทางการบิน รวมถึงยังมีจีพีเอส เข็มทิศ และกล้องตรวจจับสัญญาณต่างๆ เพื่อช่วยยกระดับการควบคุมการบินของเครื่องบินโดรนให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยยิ่งขึ้น

นายยรรยง กล่าวต่อว่า “ปัจจุบันเราสื่อสารกับสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ผ่านทางระบบจอสัมผัส ในอีกไม่ช้าเทคโนโลยี AR จะสามารถใช้คู่กับแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารใหม่ ทำให้เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราได้มากขึ้นโดยไม่ต้องใช้มือช่วยจับอุปกรณ์เหมือนเดิม นอกจากนี้ เทคโนโลยี AR ยังมีแนวโน้มที่จะผสมผสานกับเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่จะเชื่อมอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน หรือ Internet of Things ในขณะที่แว่นตาอัจฉริยะจะมีขนาดเล็กลง ภาพที่ได้มีคุณภาพมากขึ้น และแบตเตอรีใช้งานได้นานขึ้น ซึ่งทำให้เทคโนโลยีทั้งสองมีการแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต และจะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทยตามแนวทาง Thailand 4.0 ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีทั้งสองจะไม่จำกัดอยู่แต่เพียงการใช้งานของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี หรือการใช้ในอุตสาหกกรมหรือธุรกิจเท่านั้น แต่จะกระจายไปทั่วทุกกลุ่มผู้บริโภค และกลายเป็นเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของทุกครัวเรือนในที่สุด” 

เกี่ยวกับเอปสัน

เอปสันคือผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย ตั้งแต่อิงค์เจ็ท พรินเตอร์ และ 3LCD โปรเจคเตอร์ นาฬิกา ไปจนถึงหุ่นยนต์แขนกลสำหรับอุตสาหกรรม เอปสันมุ่งมั่นที่จะก้าวไปให้เหนือกว่าจินตนาการของลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก ด้วยการมอบคุณค่าจากเทคโนโลยีที่มีขนาดกระทัดรัด ประหยัดพลังงาน และมีความแม่นยำสูงแก่ลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น องค์กร ธุรกิจ ผู้ใช้ตามบ้าน กลุ่มพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ที่ประเทศญี่ปุ่น กลุ่มบริษัท เอปสันมี ทีมงานมากกว่า 76,000 คนใน 87 สาขาทั่วโลก และมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยเหลือชุมชนในทุกประเทศที่เอปสันได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ

http://global.epson.com/

เกี่ยวกับ เอปสัน สิงคโปร์

ตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา เอปสันได้เข้าไปมีบทบาทในตลาดสำคัญๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค คือ เอปสัน สิงคโปร์ ซึ่งต่อมาได้ขยายขอบเขตการดูแลพื้นที่ออกไปครอบคลุม 11 ประเทศ โดยรับผิดชอบด้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันทันสมัยของเอปสันให้แก่ลูกค้าองค์กรและบุคคลทั่วไป ควบคู่ไปกับการให้การสนับสนุนลูกค้าทางด้านต่างๆ ผ่านเครือข่ายที่สมบูรณ์พร้อมของบริษัทฯ อันประกอบด้วยศูนย์บริการ 500 แห่ง โซลูชั่นเซ็นเตอร์ 7 แห่ง และโรงงานผลิต 7 แห่ง

http://www.epson.com.sg


เกี่ยวกับเอปสัน ประเทศไทย

บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนตุลาคม 2533 โดยครอบคลุมการบริหารตลาดประเทศไทย กลุ่มประเทศ CLM และปากีสถาน ปัจจุบัน เอปสัน ประเทศไทย มีพนักงาน 126 คนและเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 131 แห่งทั่วประเทศ สินค้าเอปสันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำในตลาดสินค้าไอที มีความทนทาน และฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีเยี่ยม โปรเจคเตอร์เอปสันซึ่งใช้เทคโนโลยี 3LCD และ E-TORL ลิขสิทธิ์ของเอปสันได้เจาะตลาดประเทศไทย และขยายสัดส่วนการตลาดอย่างรวดเร็ว พรินเตอร์เอปสันได้รับการพิจารณาว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำในทุกตลาด ตั้งแต่ในกลุ่มมืออาชีพ กลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ในขณะที่บริษัทฯ ยังคงคุณภาพมาตรฐานอันดีเยี่ยมของสินค้าและการบริการเหนือระดับ เอปสันจะยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

http://www.epson.co.th

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ :

เอปสัน ประเทศไทย
วิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 870

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: wisa.t@eth.epson.co.th

รัตนะ ปิยะกุลดำรง หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 849

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: rattana.pi@eth.epson.co.th

พิสิฏฐา ขจรพิพัฒน์ หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 875

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: phisittha.k@eth.epson.co.th

บริษัท พีอาร์พีเดีย จำกัด
ชัยวัฒน์ สิมะวัฒนา ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ มือถือ: 08-9811-7937

อีเมล์: cwprpedia@gmail.com

ปาณิศา ใจรักษาธรรม ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ โทร: 06-153-51644

อีเมล์: naprpedia@gmail.com

ความเห็น (0)

เพิ่มความเห็น

ความเห็น

Agree With Privacy Policy