ติดตาม Epson Thailand

บทความ : การปฏิวัติการเรียนรู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์   •   มิ.ย. 18, 2018 15:58 +07

โรงเรียนทำลายความคิดสร้างสรรค์หรือเปล่า

นี่คือคำถามชวนคิดที่เซอร์เคน โรบินสัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณประจำมหาวิทยาลัยวอร์ริค นำไปใช้เป็นหัวข้อสำหรับเสนอแนวคิดบนเวทีดังอย่าง TED Talks เมื่อปาฐกถาดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่ต่อทาง YouTube ในรูปแบบคลิปวิดีโอก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม มีคนคลิกเข้าไปรับชมรับฟังแนวคิดของเซอร์เคนมากถึง 10 ล้านครั้ง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคำถามดังกล่าวเป็นคำถามที่ตรงใจคนขนาดไหน

เซอร์เคน ที่ปรึกษาด้านการศึกษาศิลปะระดับนานาชาติ เชื่อว่าระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมในโรงเรียนที่มีทรัพยากรการเรียนการสอนอย่างจำกัด บ่มเพาะจนเด็กขาดทั้งความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการแก้ปัญหา

การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมมิใช่คำตอบ

แน่นอนว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย แต่เซอร์เคนเห็นว่าระบบการศึกษาภาครัฐทุกวันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคพาณิชย์ของศตวรรษที่แล้วเป็นหลัก

เขาระบุว่าอันที่จริง โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา จนกล่าวได้ว่าไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าอีก 5 ปีข้างหน้าโลกจะต้องการทักษะแบบไหน โดยที่ยังไม่ต้องพูดไปถึงระยะเวลาอีก 50 ปีข้างหน้าเลย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือกระบวนทัศน์ของการศึกษาจะต้องเปลี่ยนไป เราจะต้องหาทางส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และสติปัญญาที่มีอยู่โดยธรรมชาติของนักเรียน เราต้องพยายามมอบโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับการประสบความสำเร็จให้แก่พวกเขาในยุคที่ความสามารถในการสร้างสรรค์ความคิดจะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในเศรษฐกิจโลก

ในสายตาของเซอร์เคนแล้ว ความคิดสร้างสรรค์มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการอ่านออกเขียนได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องให้ความสำคัญต่อทั้งสองสิ่งอย่างเท่าเทียมกัน ความท้าทายสำหรับการเปลี่ยนแปลงคือการถอยห่างจากระบบการศึกษาที่มีครูเป็นศูนย์กลาง เพราะเราต้องพัฒนาห้องเรียนที่เปิดทางให้นักเรียนได้ค้นหา ค้นพบ และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ตลอดจนสติปัญญาเฉพาะบุคคลของพวกเขา โดยเซอร์เคนอธิบายว่าความคิดสร้างสรรค์และสติปัญญานี้ทั้งหลากหลาย ทั้งเปี่ยมพลัง ทั้งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

การปฏิวัติเทคโนโลยีในภาคการศึกษา

แล้วเราจะบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างไร ก่อนอื่นเราควรตระหนักว่ารัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2015 องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development) เผยแพร่ ผลสำรวจทางด้านการศึกษาโลกพร้อมย้ำชัดว่าการศึกษาที่มีคุณภาพต้องดำเนินการ “ให้แต่ละบุคคลได้รับ พื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาหลักอย่างเต็มที่” รวมถึงต้องดำเนินการให้ “พวกเขาได้พัฒนาการคิดเชิงวิพากษ์ การคิดเชิงสร้างสรรค์ และทักษะการร่วมมือกัน” ด้วย

อันที่จริงระบบการศึกษาภาครัฐทั่วโลกอาจจะเริ่มปฏิรูปตัวเองกันแล้วก็ได้ แต่สิ่งที่แน่ชัดที่สุดคือสิงคโปร์กำลังเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการปฏิรูป เพราะสิงคโปร์มุ่งเน้นจะปรับเปลี่ยนให้การศึกษาพร้อมรองรับรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ในภายภาคหน้า การศึกษาจะยังคงเป็นรากฐานของสังคมต่อไป เพียงแต่การปฏิรูปต้องเกิดเพื่อให้คนรุ่นใหม่ไม่ยึดโยงตัวเองกับทักษะและทัศนคติที่ล้าสมัย ระบบการศึกษาจะต้องส่งมอบทักษะที่มีความเชื่อมโยงกับชีวิตดิจิทัลและออนไลน์เชื่อมต่อกันตลอดเวลา ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศสิงคโปร์ในอนาคตอันใกล้ สำนักงานพัฒนาสารสนเทศและการสื่อสารแห่งสิงคโปร์ได้ระบุแล้วว่าประเทศสิงคโปร์กำลังจะแปลงโฉมเป็น Smart Nation (ประเทศอัจฉริยะ) ประเทศแรกของโลกผ่านการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วิสัยทัศน์ของรัฐบาลสิงคโปร์มีความชัดแจ้งตั้งแต่ระดับบน เมื่อปีที่แล้ว นาย เฮ็ง สวี เคียด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาของสิงคโปร์ เป็นผู้กล่าวเองว่าโรงเรียนกำลังเริ่มใช้หลักสูตรการเรียนรู้แบบประยุกต์เพื่อเปิดทางให้นักเรียนได้จับคู่สิ่งที่ตนเองสนใจกับโอกาส รวมถึงประยุกต์เอาความรู้ที่ได้จากโรงเรียนไปใช้ในชีวิตจริง

โครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น อาทิ นิทรรศการ “อนาคตของเรา” ได้แสดงภาพสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในสิงคโปร์ในอนาคตในปี ค.ศ. 2030 โดยนิทรรศการนำเสนอภาพดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนชาวสิงคโปร์ตระหนักว่าหากจะก้าวไปถึงจุดนั้น พลเมืองจะต้องได้รับการศึกษาแนวใหม่ผ่านการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และแนวคิดใหม่ๆ

ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีแผนพัฒนา “สมาร์ทคลาสรูม” หรือห้องเรียนพร้อมอุปกรณ์อินเตอร์แอคทีฟ นโยบาย “สมาร์ท คลาสรูม” มุ่งเน้นยกระดับการศึกษาด้วยการเพิ่มคุณภาพบริการการศึกษาตลอดจนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมการเรียนรู้แบบอินเตอร์แอคทีฟในชั้นเรียน

อินโดนีเซียและมาเลเซียกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษาด้วยเช่นกัน โดยอินโดนีเซียประกาศแผน “ขบวนการเรียนรู้” ที่เน้นใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องเทคโนโลยีอย่างใหญ่หลวง นายอานีส บาสเวดาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของอินโดนีเซีย แสดงเจตจำนงที่จะบูรณาการเทคโนโลยีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียนเพื่อสร้างเสริมนวัตกรรมด้านการสอน

ขณะเดียวกัน รายงานแผนพิมพ์เขียวของกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศมาเลเซีย (ค.ศ. 2013-2015) เผยว่ารัฐบาลมาเลเซียได้ลงทุนเงินจำนวนกว่า 6 พันล้านริงกิตในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อจัดหาเทคโนโลยีให้แก่โครงการการศึกษาของประเทศ อาทิ “โครงการโรงเรียนอัจฉริยะ” และกำลังมีเป้าหมายจะปฏิรูปการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในห้องเรียน

เนื่องจากประเทศต่างๆ มีวิสัยทัศน์และภารกิจที่แน่ชัด จึงมีเสียงเรียกร้องให้นักการศึกษารับเอาเทคโนโลยีไปเป็นเครื่องมือในการจัดทำหลักสูตรเพื่อสอนหนังสือในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมและตอบสนองต่อความต้องการของนักเรียนได้ดีที่สุด

เทคโนโลยีพร้อมหนุนนักการศึกษา

ในอดีต เทคโนโลยีอาจจะเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนครูและนักเรียนที่มองว่าอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ช่วยอำนวยให้การสอนและถ่ายทอดความรู้เป็นเรื่องง่ายขึ้น แต่ทุกวันนี้ เทคโนโลยีกำลังก้าวมาเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งยวดของการศึกษา เพราะนักเรียนจะต้องเตรียมพร้อมก้าวออกสู่โลกของการทำงาน ปัจจุบัน โรงงานมีหุ่นยนต์ สำนักงานมีขั้นตอนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เรียกได้ว่าคนงานหรือพนักงานยุคใหม่มิเพียงต้องทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ หากแต่ยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดีเพื่อคอยเพิ่มผลิตภาพการทำงานของตนเอง

เนื่องจากรัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยี ภาครัฐจึงพยายามมองหาเทคโนโลยีอย่างระบบโปรเจ็กเตอร์ ชุดการเรียนการสอน และเครื่องมือเสียง-ภาพที่จะช่วย “เสริมสร้าง” ประสบการณ์ด้านการศึกษาให้แก่นักเรียนหรือแรงงานที่มีความรู้ในอนาคต

ความพยายามแสวงหาเครื่องมือด้านการศึกษายุคใหม่ เป็นแรงผลักดันให้เอปสันอุทิศเวลาและทรัพยากรปริมาณมหาศาลเพื่อทำความเข้าใจกลไกการเรียนการสอนอย่างรอบด้าน รวมถึงพัฒนาโซลูชั่นที่จะจำลองหรือสร้างการเรียนรู้แบบอินเตอร์แอคทีฟอย่างที่นักเรียนยุคใหม่ต้องการ เพราะนักเรียนเหล่านี้คือเด็กๆ ที่เติบโตมาพร้อมกับการชื่นชมเทคโนโลยี

เทคโนโลยีโปรเจ็กเตอร์ระบบอินเตอร์แอคทีฟของเอปสันถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการส่งเสริมให้นักการศึกษาสามารถสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่กระตุ้นความสนใจของนักเรียนและจังหวะที่ไหลลื่นไปได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กยุคเจเนอเรชั่น Y และ Z หรือบรรดาเด็กที่เกิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมานั่นเอง

โปรเจ็กเตอร์ระบบอินเตอร์แอคทีฟสามารถเนรมิตให้บรรยากาศภายในห้องเรียนกลายเป็นเหมือนการผจญภัยไปด้วยกันของครูและนักเรียน ช่วยให้นักเรียนสามารถระบุความสนใจและติดตามความฝันของตัวเองผ่านขอบเขตการเรียนรู้ใหม่ๆ ไปสู่อนาคตที่พวกเขาเคยได้แต่จินตนาการถึงเท่านั้น

ลองนึกภาพถึงการนำเสนองานพรีเซนเทชั่นผ่านทางหน้าจอที่มิได้เป็นแต่เพียงหน้าจอธรรมดา หน้าจอนี้โลดแล่นเคลื่อนไหวราวกับเป็นกระดานวาดภาพที่เปิดโอกาสให้ทั้งครูและนักเรียนเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นหรือแผนผังเพิ่มเติมลงไประหว่างการนำเสนอเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง ทุกข้อความหรือทุกภาพที่เขียนขึ้นโดยผู้มีส่วนร่วมสามารถไปปรากฏบนหน้าจอและสามารถสั่งพิมพ์ออกมาได้ หรือแม้แต่สั่งบันทึกเก็บไว้เพื่อทำการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นหัวใจของการเรียนรู้ยุคใหม่ที่ต้องการจังหวะการเรียนรู้ที่ว่องไวไหลลื่น รวมถึงการอภิปรายหัวข้อต่างๆ อย่างกว้างขวางเพราะหัวข้อหรือแนวคิดที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยมีส่วนช่วยส่งเสริมการผสมผสานซึมซับข้อมูลของนักเรียน

ผู้ใช้งานสามารถควบคุมโปรเจ็กเตอร์ระบบอินเตอร์แอคทีฟผ่านหน้าจอสัมผัสโดยใช้นิ้ว เทคโนโลยีอันชาญฉลาดดังกล่าวช่วยลดช่องว่างระหว่างครูและนักเรียน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความร่วมมือ เปิดทางให้นักเรียนสามารถเขียนความคิดเห็นลงบนหน้าจอพร้อมๆ กันได้ด้วยใช้นิ้วหรือปากกาอินเตอร์แอ็คทีฟอย่างอิสระ

ที่สำคัญ โปรเจ็กเตอร์ระบบอินเตอร์แอคทีฟรุ่นล่าสุดของเอปสันสามารถส่งเสริมคุณค่าการเรียนรู้เป็นกลุ่มได้อย่างเหนือชั้นผ่านการเชื่อมต่อไร้สายอันทรงประสิทธิภาพ โดยโปรเจ็กเตอร์ 1 เครื่องสามารถเชื่อมต่อกับโน้ตบุค สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้มากถึง 50 เครื่องกลายเป็นเครือข่ายที่มีคอมพิวเตอร์ของครูเป็นแม่ข่ายทำหน้าที่เสมือนวิทยากร ยิ่งไปกว่านั้น วิทยากรสามารถนำเสนอเนื้อหาจากอุปกรณ์มากถึง 4เครื่องขึ้นหน้าจอพร้อมกันได้ ถือเป็นลูกเล่นที่จะช่วยให้ครูนำงานของนักเรียนหลายคนมาวางเทียบคู่กันกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายอย่างกว้างขวางขึ้นและลึกซึ้งขึ้นด้วย ทั้งนี้ แนวคิดพื้นฐานสำหรับการศึกษายุคปัจจุบันเชื่อว่าการเรียนรู้เป็นกลุ่มผ่านการพูดคุยมีปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนจะมีประสิทธิผลกว่าในการผลิตผู้สำเร็จการศึกษาที่มีความมั่นใจ มีความคิดสร้างสรรค์ มีพลังและความตื่นตัวตลอดจนความมั่นใจที่จะแก้ปัญหา

การสอนชาวเจเนอเรชั่น Z (เด็กที่เกิดยุคสหัสวรรษใหม่)

การสอนเด็กที่เกิดยุคสหัสวรรษใหม่ถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งต่อโครงสร้างระบบการศึกษาที่กำลังปรับตัวขนานใหญ่ เราจำเป็นต้องแทนที่รูปแบบการเรียนการสอนมีครูเป็นศูนย์กลางด้วยรูปแบบที่ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมหรือการร่วมมือกัน กล่าวได้ว่าห้องเรียนจะต้องตอบสนองต่อความคาดหวังและรูปแบบการเรียนรู้ของชาวเจเนอเรชั่น Z เพราะมิเช่นนั้นแล้วห้องเรียนก็ไม่สามารถสร้างความเชื่อมโยงกับเด็กหรือมิอาจมีประสิทธิผลได้

นักเรียนยุคเจเนอเรชั่น Z เคยชินกับการใช้อุปกรณ์ล้ำสมัยที่เชื่อมต่อพวกเขาสู่โลกออนไลน์ตลอดเวลา รวมถึงคุ้นชินกับการสามารถค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้ทันทีเสมอ ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ห้องเรียน พวกเขาจึงคาดหวังถึงการเดินทางสู่การเรียนรู้อันสนุกสนาน ห้องเรียนยุคใหม่จึงต้องเน้นส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์และอภิปรายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสอนการบูรณาการความคิดและแหล่งข้อมูลให้กับพวกเขาด้วย

อย่าได้ประเมินภารกิจที่นักการศึกษาระดับนโยบายและครูระดับห้องเรียนต้องเผชิญต่ำเกินไป เพราะแวดวงที่พวกเขาทำงานอยู่กำลังอยู่ในช่วงวิวัฒนาการแบบก้าวกระโดด มีเพียงระบบการศึกษาที่สามารถใช้เทคโนโลยีตอบสนองความต้องการการเรียนรู้ของโลกอนาคตเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จท่ามกลางวิวัฒนาการดังกล่าว

แน่นอนว่ามีหลายปัจจัยที่จะปูทางให้วิวัฒนาการแห่งอนาคตเกิดขึ้นจริง แต่เอปสันเชื่อว่าเทคโนโลยีโปรเจ็กเตอร์ระบบอินเตอร์แอคทีฟของเอปสันจะมีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนและครูอย่างแน่นอน รวมถึงจะช่วยบ่มเพาะแรงงานรุ่นใหม่ที่ฉลาดกว่าที่เคย พร้อมรับมือความท้าทายจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

เกี่ยวกับเอปสัน

เอปสันคือผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย ตั้งแต่อิงค์เจ็ท พรินเตอร์ และ 3LCD โปรเจคเตอร์ นาฬิกา ไปจนถึงหุ่นยนต์แขนกลสำหรับอุตสาหกรรม เอปสันมุ่งมั่นที่จะก้าวไปให้เหนือกว่าจินตนาการของลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก ด้วยการมอบคุณค่าจากเทคโนโลยีที่มีขนาดกระทัดรัด ประหยัดพลังงาน และมีความแม่นยำสูงแก่ลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น องค์กร ธุรกิจ ผู้ใช้ตามบ้าน กลุ่มพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ที่ประเทศญี่ปุ่น กลุ่มบริษัท เอปสันมี ทีมงานมากกว่า 76,000 คนใน 87 สาขาทั่วโลก และมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยเหลือชุมชนในทุกประเทศที่เอปสันได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ

http://global.epson.com/

เกี่ยวกับ เอปสัน สิงคโปร์

ตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา เอปสันได้เข้าไปมีบทบาทในตลาดสำคัญๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค คือ เอปสัน สิงคโปร์ ซึ่งต่อมาได้ขยายขอบเขตการดูแลพื้นที่ออกไปครอบคลุม 11 ประเทศ โดยรับผิดชอบด้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันทันสมัยของเอปสันให้แก่ลูกค้าองค์กรและบุคคลทั่วไป ควบคู่ไปกับการให้การสนับสนุนลูกค้าทางด้านต่างๆ ผ่านเครือข่ายที่สมบูรณ์พร้อมของบริษัทฯ อันประกอบด้วยศูนย์บริการ 500 แห่ง โซลูชั่นเซ็นเตอร์ 7 แห่ง และโรงงานผลิต 7 แห่ง

http://www.epson.com.sg


เกี่ยวกับเอปสัน ประเทศไทย

บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนตุลาคม 2533 โดยครอบคลุมการบริหารตลาดประเทศไทย กลุ่มประเทศ CLM และปากีสถาน ปัจจุบัน เอปสัน ประเทศไทย มีพนักงาน 126 คนและเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 131 แห่งทั่วประเทศ สินค้าเอปสันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำในตลาดสินค้าไอที มีความทนทาน และฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีเยี่ยม โปรเจคเตอร์เอปสันซึ่งใช้เทคโนโลยี 3LCD และ E-TORL ลิขสิทธิ์ของเอปสันได้เจาะตลาดประเทศไทย และขยายสัดส่วนการตลาดอย่างรวดเร็ว พรินเตอร์เอปสันได้รับการพิจารณาว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำในทุกตลาด ตั้งแต่ในกลุ่มมืออาชีพ กลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ในขณะที่บริษัทฯ ยังคงคุณภาพมาตรฐานอันดีเยี่ยมของสินค้าและการบริการเหนือระดับ เอปสันจะยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

http://www.epson.co.th

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ :

เอปสัน ประเทศไทย
วิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 870

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: wisa.t@eth.epson.co.th

รัตนะ ปิยะกุลดำรง หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 849

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: rattana.pi@eth.epson.co.th

พิสิฏฐา ขจรพิพัฒน์ หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 875

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: phisittha.k@eth.epson.co.th

บริษัท พีอาร์พีเดีย จำกัด
ชัยวัฒน์ สิมะวัฒนา ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ มือถือ: 08-9811-7937

อีเมล์: cwprpedia@gmail.com

ปาณิศา ใจรักษาธรรม ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ โทร: 06-153-51644

อีเมล์: naprpedia@gmail.com

ความเห็น (0)

เพิ่มความเห็น

ความเห็น

Agree With Privacy Policy