ติดตาม Epson Thailand

บทความ : ฉลากและบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะแห่งยุคอุตสาหกรรม 4.0

ข่าวประชาสัมพันธ์   •   มิ.ย. 18, 2018 15:36 +07

ท่ามกลางกระแสอุตสาหกรรม 4.0 เทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดเทคโนโลยีหนึ่ง คงหนีไม่พ้น Industrial Internet of Things หรือ IIoT ซึ่งถูกนำมาใช้มากขึ้นในปัจจุบัน เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติที่สำหรับใช้ควบคุมการผลิตแบบแยกส่วน หรือ Discrete Manufacturing ซึ่งมีเป้าหมายที่จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ผลิต โดยทำให้การสำรองสินค้าคงคลังและการใช้พลังงานภายในโรงงานลดลง ในขณะที่การควบคุมการผลิตและคุณภาพของสินค้ากลับมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น รวมถึงโรงงานผู้ผลิตยังได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงานต่างๆ เพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนา ทั้งด้านการผลิต บรรจุภัณฑ์และสินค้าใหม่ในอนาคต

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คืออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ที่ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตเท่านั้นแต่ผู้บริโภคเองก็ได้รับประโยชน์ จาก IIoT เช่นเดียวกัน โดยการนำ IIoT มาปรับใช้กับฉลากและบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ ซึ่งโรงงานผู้ผลิตสามารถบันทึกข้อมูลสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าลงไปในฉลากหรือบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะได้ รวมถึงยังสามารถติดตามตรวจสอบสินค้าระหว่างการขนส่งไปจนถึงมือผู้บริโภค โดยผ่านเทคโนโลยีการตรวจรับข้อมูล

ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของวัตถุดิบ ข้อมูลอายุการใช้งานและการเก็บรักษา สารที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้

วันหมดอายุ หรือข้อมูลอัพเดทอื่นๆ ที่สำคัญ ทำให้ฉลากอัจฉริยะกลายเป็นเครื่องมือป้องกันการปลอมแปลงสินค้า ปัญหาการปนเปื้อนสินค้า การขโมยสินค้า ทั้งยังเป็นตัวช่วยยืดอายุสินค้า ให้กับวงการอาหารและบรรจุภัณฑ์อีกด้วย

ฉลากและบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญในกลไกการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งการเกิดขึ้นของฉลากและบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ เราต้องยกเครดิตให้กับการปฏิวัติการพิมพ์ระบบดิจิทัลที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีการพิมพ์และความต้องการของตลาด จนถึงวันนี้เครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลได้ก้าวหน้าไปมาก สามารถรองรับงานพิมพ์ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด และรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งในเรื่องกระบวนการพิมพ์ที่ใช้เวลาน้อยที่สุด เครื่องพิมพ์ที่สามารถใช้กับงานเฉพาะทาง การส่งมอบสินค้าแบบ Just In Time และยังมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยฉลากที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลในปัจจุบันมีคุณภาพสูง ต้นทุนต่ำ พิมพ์ได้บนวัสดุหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ โพลีไวนิล หรือฟอยล์

ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลยังสามารถผลิตฉลากสำหรับสินค้าทุกประเภท รวมถึงฉลากชิงค์สลีฟ (Shrink sleeves) สำหรับบรรจุภัณฑ์ประเภทขวด กล่องกระดาษแข็ง ป้ายแท็กสินค้า ป้ายติดชั้นวางสินค้า เป็นต้น

ในระบบซัพพลายเชนในปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์ที่มีฉลากพิมพ์ด้วยระบบดิจิทัล สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเจ้าของแบรนด์ได้มากกว่าการเป็นแค่เครื่องมือสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าท่ามกลางแบรนด์คู่แข่ง อาทิเช่น เมื่อแบรนด์ขนมขบเคี้ยวต้องการสร้างภาพลักษณ์สินค้าใหม่ ทีมพัฒนาสินค้าจะใช้เครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัล พิมพ์ฉลากต้นแบบแต่ละรสชาติบนฟอยล์ แล้วนำไปขึ้นรูปเป็นถุง และใส่สินค้าจริงก่อนนำไปขายในร้านค้า เพื่อทดลองตลาดก่อน ซึ่งการทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก แต่ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทีมงานที่รับผิดชอบการในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าอีกด้วย

ในปี 2551 บริษัท โคคา โคล่า อิสราเอลได้ใช้เครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลมาสร้างความฮือฮาในแคมเปญ Refresh Your Sprite โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการออกแบบฉลากกระป๋องสไปรท์ของตัวเอง ซึ่งแคมเปญนี้ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น โดยมีดีไซน์ฉลากส่งเข้ามายังเว็บไซต์ของแคมเปญมากกว่า 1 แสนแบบ

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการป้องกันการปลอมแปลงสินค้า โดยใช้ร่วม กับระบบการตรวจสอบหมายเลขกำกับอันชาญฉลาด โดยระบบจะติดตามสถานะการขนส่งสินค้า การตรวจสอบทะเบียนประวัติและระเบียบข้อกำหนดทางอิเล็คทรอนิกส์ การตรวจรับรองสินค้าและการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อป้องกันการปลอมแปลง ซึ่งเครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลถูกนำมาใช้ตั้งแต่การพิมพ์งานแบบง่ายๆต้นทุนไม่สูงนัก อย่างบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด และแถบสีที่ใช้เสริมหรือแทนเทคโนโลยี RFID ในขณะที่หลายโรงงานผู้ผลิตเลือกที่จะพิมพ์ภาพหรือเนื้อหาประกอบสินค้าลงไปในบรรจุภัณฑ์ด้วย

ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ไวน์ คือสินค้าที่ประสบปัญหาการปลอมแปลงอย่างมาก

ทำให้ผู้ผลิตเสียชื่อเสียงและเสียความสัมพันธ์กับลูกค้า ผู้ผลิตไวน์เกรดพรีเมียมอย่าง Grand Vin ของฝรั่งเศสจึงป้องกันปัญหานี้ด้วยการใช้ฉลากอัจฉริยะ ที่ไม่เพียงแต่จะมีข้อมูลต้นกำเนิดสินค้าที่เป็นรหัสข้อมูลลับ ข้อมูลย้อน กลับถึงขั้นตอนการบรรจุไวน์ลงขวด รหัสโลจิสติกส์เฉพาะที่ทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบไวน์แต่ละขวดได้ แต่ยังรวมไปถึง ขั้นตอนการขนส่ง ข้อมูลเพิ่มเติมในรูปแบบตัวอักษรขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จึงยากมากที่จะลอกเลียนแบบ นอกจากนี้ยังมีรหัส CRM ซึ่งเป็นรหัสที่สุ่มสร้างขึ้นมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์อีกด้วย

ฉลากอัจฉริยะที่พิมพ์ด้วยระบบดิจิทัล คือการรับประกัน 100% ว่าสินค้าเป็นของแท้ สามารถตรวจสอบ ย้อนกลับไปยังที่มาของสินค้านั้นได้ นับว่าเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าสินค้าเป็นของแท้และเป็นของที่มีคุณภาพแถมฉลากเหล่านี้ยังสร้างโอกาสให้แบรนด์ได้ใกล้ชิดกับผู้ซื้อสินค้าเพื่อปูทางสู่การเพิ่มยอดขายในอนาคตได้อีก

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอปสันได้ร่วมกับโรงงานผลิตหลายรายจัดทำโซลูชั่น RFID ฉลากสีที่ใช้ในการใส่รหัสสี เพื่อแยกแยะสินค้าในคลังสินค้าให้ง่ายขึ้น สะดวกกว่าการต้องอ่านข้อมูลจากบาร์โค้ด ทั้งนี้ ข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ในฉลาก RFID จะทำหน้าที่ ระบุตัวชิ้นสินค้า ตรวจสอบสถานะการขนส่ง บริหารการจัดสินค้า

คงคลังและยังช่วยป้องกันการปลอมแปลงสินค้าได้ด้วย โดยปัจจุบันเอปสันมีเครื่องพิมพ์ที่เหมาะกับงานพิมพ์ฉลากที่รองรับตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปยังธุรกิจโรงพิมพ์ขนาดใหญ่ อาทิ Epson Color Works เหมาะกับธุรกิจ SME หรือ OTOP ที่มีปริมาณงานพิมพ์น้อย และ Epson SurePress เหมาะกับงานบรรจุภัณฑ์หรือแพ็คเกจจิ้งจำนวนมาก โดยผู้ประกอบการสามารถเลือกกลุ่มและรุ่นสินค้าให้เหมาะกับขนาดธุรกิจของตนเอง

ก้าวต่อไปสำหรับบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มยุคอุตสาหกรรม 4.0 คือการ บูรณาการตัวบรรจุภัณฑ์เข้ากับเทคโนโลยี IIoT โดยสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงระบบซัพพลายเชนทั้งหมด ตั้งแต่ ผู้ผลิต ผู้ขนส่ง ผู้ค้าปลีก ไปจนถึง ผู้ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มเข้าด้วยกัน ทุกฝ่ายสามารถติดตามตรวจสอบ คุณภาพอาหารได้ตลอดทุกขั้นตอน ข้อมูลอัพเดทต่างๆ สามารถส่งถึงและบันทึกลงในบรรจุภัณฑ์หรือฉลาก อัจฉริยะ เมื่อสแกนบรรจุภัณฑ์หรือฉลากด้วยอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับซอฟท์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ ก็จะทราบข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ ซึ่งสามารถนำให้ปรับปรุงธุรกิจและช่วยสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคได้อีกด้วย

แน่นอนว่าบรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิมยังคงช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ต่างๆได้ แต่บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะคือมาตรฐานใหม่ที่ให้ทั้งความสะดวก สบาย คุ้มค่า และอเนกประสงค์ เพิ่มขึ้นจากการใช้เครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่ทำให้เกิดการช็อปปิ้งแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคเหนียวแน่นยิ่งขึ้นกว่าที่เคย

เกี่ยวกับเอปสัน

เอปสันคือผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย ตั้งแต่อิงค์เจ็ท พรินเตอร์ และ 3LCD โปรเจคเตอร์ นาฬิกา ไปจนถึงหุ่นยนต์แขนกลสำหรับอุตสาหกรรม เอปสันมุ่งมั่นที่จะก้าวไปให้เหนือกว่าจินตนาการของลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก ด้วยการมอบคุณค่าจากเทคโนโลยีที่มีขนาดกระทัดรัด ประหยัดพลังงาน และมีความแม่นยำสูงแก่ลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น องค์กร ธุรกิจ ผู้ใช้ตามบ้าน กลุ่มพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ที่ประเทศญี่ปุ่น กลุ่มบริษัท เอปสันมี ทีมงานมากกว่า 76,000 คนใน 87 สาขาทั่วโลก และมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยเหลือชุมชนในทุกประเทศที่เอปสันได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ

http://global.epson.com/

เกี่ยวกับ เอปสัน สิงคโปร์

ตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา เอปสันได้เข้าไปมีบทบาทในตลาดสำคัญๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค คือ เอปสัน สิงคโปร์ ซึ่งต่อมาได้ขยายขอบเขตการดูแลพื้นที่ออกไปครอบคลุม 11 ประเทศ โดยรับผิดชอบด้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันทันสมัยของเอปสันให้แก่ลูกค้าองค์กรและบุคคลทั่วไป ควบคู่ไปกับการให้การสนับสนุนลูกค้าทางด้านต่างๆ ผ่านเครือข่ายที่สมบูรณ์พร้อมของบริษัทฯ อันประกอบด้วยศูนย์บริการ 500 แห่ง โซลูชั่นเซ็นเตอร์ 7 แห่ง และโรงงานผลิต 7 แห่ง

http://www.epson.com.sg


เกี่ยวกับเอปสัน ประเทศไทย

บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนตุลาคม 2533 โดยครอบคลุมการบริหารตลาดประเทศไทย กลุ่มประเทศ CLM และปากีสถาน ปัจจุบัน เอปสัน ประเทศไทย มีพนักงาน 126 คนและเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 131 แห่งทั่วประเทศ สินค้าเอปสันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำในตลาดสินค้าไอที มีความทนทาน และฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีเยี่ยม โปรเจคเตอร์เอปสันซึ่งใช้เทคโนโลยี 3LCD และ E-TORL ลิขสิทธิ์ของเอปสันได้เจาะตลาดประเทศไทย และขยายสัดส่วนการตลาดอย่างรวดเร็ว พรินเตอร์เอปสันได้รับการพิจารณาว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำในทุกตลาด ตั้งแต่ในกลุ่มมืออาชีพ กลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ในขณะที่บริษัทฯ ยังคงคุณภาพมาตรฐานอันดีเยี่ยมของสินค้าและการบริการเหนือระดับ เอปสันจะยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

http://www.epson.co.th

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ :

เอปสัน ประเทศไทย
วิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 870

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: wisa.t@eth.epson.co.th

รัตนะ ปิยะกุลดำรง หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 849

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: rattana.pi@eth.epson.co.th

พิสิฏฐา ขจรพิพัฒน์ หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 875

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: phisittha.k@eth.epson.co.th

บริษัท พีอาร์พีเดีย จำกัด
ชัยวัฒน์ สิมะวัฒนา ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ มือถือ: 08-9811-7937

อีเมล์: cwprpedia@gmail.com

ปาณิศา ใจรักษาธรรม ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ โทร: 06-153-51644

อีเมล์: naprpedia@gmail.com

ความเห็น (0)

เพิ่มความเห็น

ความเห็น