ติดตาม Epson Thailand

บทความ : เทคโนโลยีอิงค์เจ็ทจะกลับมาทวงบัลลังก์แล้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์   •   มิ.ย. 18, 2018 15:45 +07

อิงค์เจ็ทพรินเตอร์จะแข่งขันกับเลเซอร์พรินเตอร์ในกลุ่มตลาดลูกค้าสำนักงานได้ไหม คำตอบ คือ “ได้” ทันทีที่มีเทคโนโลลีอิงค์เจ็ทรุ่นใหม่มาเกี่ยวข้อง

เลเซอร์พรินเตอร์ได้ครองตลาดลูกค้าสำนักงานมาอย่างยาวนานเพียงเพราะลูกค้ากลุ่มนี้มองว่าเลเซอร์ พรินเตอร์มิเพียงทำงานได้เร็วกว่า หากแต่ยังถูกกว่าด้วย ทว่า ผู้บริโภคที่ใช้งานพรินเตอร์ตามบ้านมักจะ ชื่นชอบอิงค์เจ็ทพรินเตอร์มากกว่า เพราะคุณภาพงานพิมพ์ที่เหนือชั้น ปัจจุบัน อิงค์เจ็ทพรินเตอร์มิใช่เพียงแต่เสกสรรค์สีสันได้อย่างสวยงามเท่านั้น แต่ยังสามารถทำงานได้เร็วกว่าเดิมด้วย เมื่อมีจุดเด่นถึงสองประการรวมกัน อิงค์เจ็ทพรินเตอร์จึงก้าวมาเป็นตัวเลือกที่บรรดาบริษัทห้างร้าน รวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเริ่มคิดว่าน่าจะดีกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ไปแล้ว

อิงค์เจ็ทพรินเตอร์เริ่มกลับมามีความนิยมอย่างแพร่หลายอีกครั้งได้เพราะอะไร คำตอบคือบริษัทต่างๆ เริ่มตระหนักว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เอปสันนำมาใช้กับอิงค์เจ็ทพรินเตอร์รุ่นใหม่สามารถส่งมอบคุณภาพงานพิมพ์ระดับเหนือชั้นพร้อมผลิตภาพที่ดีกว่าที่เคยมีมา โดยข้อดีทั้งสองประการนี้ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อพวกเขา

ด้านล่างคือเหตุผลเพียงบางข้อที่จะทำให้อิงค์เจ็ทพรินเตอร์รุ่นใหม่กลับมาทวงบัลลังค์เจ้าตลาดในกลุ่มลูกค้าสำนักงานได้

พิมพ์งานอย่างแม่นยำ อัดแน่นด้วยคุณภาพ

ในแง่ของการใช้งาน มักจะกล่าวกันว่าเทคโนโลยีการพิมพ์ระบบอิงค์เจ็ทและเทคโนโลยีการพิมพ์ระบบเลเซอร์ต่างมีจุดเด่นของตัวเอง การพิมพ์งานด้วยระบบเลเซอร์มักเหมาะกับงานพิมพ์ขาวดำโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเอกสาร ส่วนเทคโนโลยีอิงค์เจ็ทนั้นโดดเด่นด้านการพิมพ์งานสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิมพ์รูปถ่ายหรือรูปกราฟฟิก

อย่างไรก็ตามอิงค์เจ็ทพรินเตอร์สำหรับใช้งานในภาคธุรกิจสามารถให้ได้มากกว่าแค่สีสันที่แจ่มชัดสวยงามเพราะสามารถพิมพ์ข้อความลงบนวัสดุหลากหลายชนิดได้อย่างแจ่มชัดไม่ต่างจากเลเซอร์พรินเตอร์เลยทีเดียว บรรดาอิงค์เจ็ทพรินเตอร์รุ่นใหม่ของเอปสันมาพร้อมหัวพิมพ์แบบไมโครปิเอโซระบบ PrecisionCore สามารถส่งมอบงานพิมพ์เปี่ยมคุณภาพระดับมืออาชีพให้แก่ผู้ใช้งานที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานงานพิมพ์ที่สูงที่สุด ที่สำคัญ หมึกที่ใช้งานร่วมกับพรินเตอร์เหล่านี้ยังมีคุณสมบัติโดดเด่น สามารถกันน้ำ กันเปรอะและยังกันจางอีกด้วย

ผู้ใช้สามารถพิมพ์งานได้ที่ความละเอียดสูงสุด 600 x 600 dpi สำหรับงานพิมพ์มาตรฐานและความละเอียดสูงสุด 4,800 x 1,200 dpi สำหรับงานพิมพ์ที่ใช้กับวัสดุพิเศษ นอกจากนี้แล้ว อิงค์เจ็ทพรินเตอร์รุ่นใหม่จากเอปสันยังไม่ต้องการเวลาอุ่นเครื่อง เมื่อเปิดเครื่อง พรินเตอร์ก็พร้อมพิมพ์งานแผ่นแรกออกมาได้ภายในเวลาไม่ถึง 7 วินาที

หัวพิมพ์แบบไมโครปิเอโซระบบPrecisionCoreของเอปสันสามารถจัดสรรปริมาณหมึกได้อย่างพอดิบพอดีสำหรับแต่ละจุดบนกระดาษด้วยความแม่นยำในการหยอดหยดหมึก คุณภาพงานพิมพ์ถึงดี สามารถไล่เฉดสีได้เต็มขั้นและแทบไม่มีปัญหาหมึกเกาะกันเป็นก้อนเลย

หัวใจของเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้คือชิพควบคุมการพิมพ์ที่มีขนาดบางกว่าใบมีดโกนเสียอีก โดยชิพดังกล่าวมาพร้อมเทคโนโลยีจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ระดับไมโคร ประกอบด้วยหัวขับปิเอโซแบบบางขนาดเพียง 1 ไมครอนทำหน้าที่เหมือนหัวปั๊มหยอดหมึกลงบนวัสดุอย่างแม่นยำและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง หัวพิมพ์ PrecisionCore ของเอปสันสร้างสรรค์งานพิมพ์คุณภาพสูงได้อย่างว่องไวยิ่งเพราะสามารถปรับขนาดและรูปทรงหยดหมึกได้มากถึง 50,000 ครั้งต่อวินาทีต่อหัวฉีด

ทำงานได้เร็วไม่ต่างจากเลเซอร์พรินเตอร์แบบสี

สำนักงานที่มีงานต้องทำมากมายย่อมเลือกอัตราพิมพ์เร็วเป็นปัจจัยหลักประการหนึ่งในการเลือกซื้อพรินเตอร์ ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เทคโนโลยีการพิมพ์ระบบเลเซอร์เป็นเจ้าตลาดในกลุ่มลูกค้าสำนักงาน ในปัจจุบัน แต่อิงค์เจ็ทพรินเตอร์รุ่นใหม่จากค่ายเอปสันพร้อมแล้วที่จะมาเขย่าตลาดด้วยเทคโนโลยีหัวพิมพ์ระดับปฏิวัติวงการอย่าง PrecisionCore อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ของเอปสันสามารถพิมพ์งานตามมาตรฐานอุตสาหกรรมได้เร็วในระดับ 24 ภาพต่อนาที เรียกได้ว่าทำงานได้เร็วไม่ต่างจากเลเซอร์พรินเตอร์เลยทีเดียว ที่สำคัญ ผู้ใช้ยังไม่ต้องรออุ่นเครื่องใดๆ ทั้งสิ้น ข้อแตกต่างที่เด่นชัดประการหนึ่งระหว่างเทคโนโลยีการพิมพ์ระบบอิงค์เจ็ทกับเทคโนโลยีการพิมระบบเลเซอร์นั้น อยู่ที่อิงค์เจ็ทพรินเตอร์สามารถทำงานได้เลยโดยไม่ต้องอุ่นเครื่องแต่อย่างใด

รองรับการพิมพ์งานได้มากถึง 75,000 หน้าต่อเดือน

องค์กรที่มีทีมงานขนาดใหญ่หรือมีความต้องการด้านงานพิมพ์เฉพาะ ย่อมต้องการพรินเตอร์ที่พร้อมรองรับการทำงานหนัก ด้วยสาเหตุนี้ ลูกค้ากลุ่มนี้จึงพึงพอใจเลเซอร์พรินเตอร์มากกว่า เพราะพรินเตอร์ดังกล่าวจะสามารถพิมพ์งานได้สูงสุดราว 2,000 – 20,000 หน้าต่อเดือนขึ้นอยู่กับรุ่นพรินเตอร์พวกเขามองว่าอิงค์เจ็ท พรินเตอร์เหมาะกับการใช้งานในทีมเล็กๆ หรืองานในแผนกที่มีปริมาณการพิมพ์ราว 1,500 - 5,000 หน้าต่อเดือนเท่านั้น

แต่อิงค์เจ็ทพรินเตอร์รุ่นใหม่จากเอปสันกำลังจะเปลี่ยนแปลงความเชื่อดั้งเดิมของพวกเขาไปตลอดกาลเพราะพรินเตอร์เหล่านี้พร้อมจะพิมพ์งานมากถึง 75,000 หน้าต่อเดือนเลยทีเดียว แถมงานพิมพ์ยังคุณภาพดี จังหวะการทำงานไร้จุดสะดุดเพราะไม่ต้องหยุดเครื่องเพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหมดเปลืองในระหว่างเดือนแต่อย่างใด

ปัจจัยเรื่องต้นทุน

แน่นอนว่าคำถามที่สำคัญที่สุด คือ แล้วต้องจ่ายเท่าไรหล่ะ

เมื่อจะเป็นเจ้าของพรินเตอร์ ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยทั่วไปแล้ว เลเซอร์พรินเตอร์มีราคาแพงกว่าอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ แต่ลูกค้ายอมซื้อเลเซอร์พรินเตอร์เพราะเชื่อว่าตลับหมึกเลเซอร์พิมพ์งานได้ในปริมาณเยอะกว่าและจะช่วยให้ตนเองประหยัดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์งานในระยะยาว

แต่ความเชื่อดังกล่าวมิอาจถือเป็นข้อเท็จจริงได้อีกแล้วในปัจจุบัน เพราะเอปสันสามารถส่งมอบอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ให้แก่องค์กรธุรกิจ พร้อมหมึกพิมพ์อิงค์เจ็ทที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมทั้งในแง่การพิมพ์งานและต้นทุน ทั้งนี้ เพราะชุดหมึกพิมพ์แต่ละชุดพร้อมพิมพ์งานหรือถ่ายสำเนางานในปริมาณสูงถึง 75,000 หน้าสีโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหมดเปลืองในระหว่างนั้นแต่อย่างใด ปริมาณดังกล่าวหมายถึงจำนวนเงินที่จะประหยัดไปได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เรียกได้ว่าเทคโนโลยีอิงค์เจ็ทรุ่นใหม่ของเอปสันมาพร้อมชุดหมึกความจุสูงพิเศษที่สามารถรองรับงานพิมพ์ได้มากกว่าตลับหมึกเลเซอร์ ณ ต้นทุนที่ต่ำกว่ามากด้วย

เอปสันออกแบบพรินเตอร์มาเพื่อผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางด้วยเช่นกัน โดยหมึกแต่ละชุดสำหรับพรินเตอร์หมึกแทงค์ของเอปสันสามารถพิมพ์งานขาวดำได้มากถึง 4,000 หน้าและงานสีถึง 6,500 หน้าต่อชุด ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถครอบครองและใช้งานพรินเตอร์ที่ครบครันด้วยเทคโนโลยีไมโครปิเอโซ และ PrecisionCore ได้ภายใต้งบประมาณของตนเอง สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้แล้ว การประหยัดค่าใช้จ่ายถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดเลยทีเดียว

ในการคำนวนต้นทุนการเป็นเจ้าของนั้น ผู้ซื้อต้องพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายซ่อนของเลเซอร์พรินเตอร์อย่างเช่นค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อตัวทำละลายหมึก กล่องของเสีย และอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหมดเปลืองอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ แม้พรินเตอร์อิงค์เจ็ทของเอปสันจะใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหมดเปลืองด้วยเช่นกัน แต่อุปกรณ์เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีอายุใช้งานที่ยาวนานมากจนผู้ใช้มั่นใจได้ว่าไม่ต้องซื้ออุปกรณ์มาตุนเก็บไว้จนเปลืองพื้นที่จัดเก็บ เรียกได้ว่าถือเป็นข้อดีประการหนึ่งของผลิตภัณฑ์จากเอปสันเลยทีเดียวเนื่องจากทุกวันนี้ การประหยัดพื้นที่เก็บสินค้าถือว่ามีความสำคัญต่อวัฒนธรรมการบริหารธุรกิจที่เน้นทั้งเรื่องการลดต้นทุนและเพิ่มคุณค่าอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ไม่ต้องคอยเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหมดเปลืองบ่อยๆ ยังหมายถึงความสะดวกสบายและผลิตภาพที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียเวลาหยุดเครื่องเพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มิเพียงน่ารำคาญแต่ยังใช้เวลาเยอะเมื่อไม่เสียเวลา เครื่องก็พิมพ์งานได้ต่อเนื่องไร้จุดสะดุดอย่างแสนยาวนาน

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการทำงานและประโยชน์ด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว พรินเตอร์ของเอปสันยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเพราะเอปสันมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสูง ปัจจุบัน อิงค์เจ็ทพรินเตอร์สำหรับภาคธุรกิจของเอปสันกินไฟน้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ถึงร้อยละ 70เรียกได้ว่าทั้งประหยัดและทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเทียบกับเลเซอร์พรินเตอร์แล้ว อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ของเอปสันเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหมดเปลืองน้อยกว่าด้วย จึงก่อให้เกิดขยะน้อยกว่า

โดยรวมแล้ว มีเหตุผลนานัปการที่ทำให้เชื่อได้ว่าอิงค์เจ็ทพรินเตอร์สำหรับภาคธุรกิจของเอปสันกำลังจะเขย่าตลาดพรินเตอร์สำหรับสำนักงาน ทั้งนี้ บายเออร์ แล็บบอราทอรี ซึ่งเป็นบริษัทรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลของอุตสาหกรรมอุปกรณ์ภาพอย่างอิสระ ตระหนักดีถึงความเปลี่ยนแปลงที่ผลิตภัณฑ์ของเอปสันจะนำมาสู่วงการ จึงตัดสินมอบรางวัลนวัตกรรมดีเด่นประจำปี 2015 หรือ Outstanding Achievement in Innovation Award ให้แก่พรินเตอร์เอปสันรุ่น WorkForce Pro Replaceable Ink Pack ที่ทำงานด้วยเทคโนโลยี (RIPS raster image processor)

เมื่อพรินเตอร์ของเอปสันครบครันไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทั้งสะดวก ประหยัด และใช้งานได้จริง อาทิ การสั่งพิมพ์ทั้งสองด้านของหน้ากระดาษ เชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตในตัว รองรับการสั่งพิมพ์งานจากแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อื่นๆ ระยะไกลได้ รวมถึงยังเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ได้ด้วย องค์กรธุรกิจที่ชาญฉลาดย่อมทราบดีว่าเทคโนโลยีอิงค์เจ็ทอาจจะเป็นผู้ชนะในตลาดพรินเตอร์สำหรับสำนักงานก็ได้

เกี่ยวกับเอปสัน

เอปสันคือผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย ตั้งแต่อิงค์เจ็ท พรินเตอร์ และ 3LCD โปรเจคเตอร์ นาฬิกา ไปจนถึงหุ่นยนต์แขนกลสำหรับอุตสาหกรรม เอปสันมุ่งมั่นที่จะก้าวไปให้เหนือกว่าจินตนาการของลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก ด้วยการมอบคุณค่าจากเทคโนโลยีที่มีขนาดกระทัดรัด ประหยัดพลังงาน และมีความแม่นยำสูงแก่ลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น องค์กร ธุรกิจ ผู้ใช้ตามบ้าน กลุ่มพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ที่ประเทศญี่ปุ่น กลุ่มบริษัท เอปสันมี ทีมงานมากกว่า 76,000 คนใน 87 สาขาทั่วโลก และมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยเหลือชุมชนในทุกประเทศที่เอปสันได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ

http://global.epson.com/

เกี่ยวกับ เอปสัน สิงคโปร์

ตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา เอปสันได้เข้าไปมีบทบาทในตลาดสำคัญๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค คือ เอปสัน สิงคโปร์ ซึ่งต่อมาได้ขยายขอบเขตการดูแลพื้นที่ออกไปครอบคลุม 11 ประเทศ โดยรับผิดชอบด้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันทันสมัยของเอปสันให้แก่ลูกค้าองค์กรและบุคคลทั่วไป ควบคู่ไปกับการให้การสนับสนุนลูกค้าทางด้านต่างๆ ผ่านเครือข่ายที่สมบูรณ์พร้อมของบริษัทฯ อันประกอบด้วยศูนย์บริการ 500 แห่ง โซลูชั่นเซ็นเตอร์ 7 แห่ง และโรงงานผลิต 7 แห่ง

http://www.epson.com.sg


เกี่ยวกับเอปสัน ประเทศไทย

บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนตุลาคม 2533 โดยครอบคลุมการบริหารตลาดประเทศไทย กลุ่มประเทศ CLM และปากีสถาน ปัจจุบัน เอปสัน ประเทศไทย มีพนักงาน 126 คนและเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 131 แห่งทั่วประเทศ สินค้าเอปสันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำในตลาดสินค้าไอที มีความทนทาน และฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีเยี่ยม โปรเจคเตอร์เอปสันซึ่งใช้เทคโนโลยี 3LCD และ E-TORL ลิขสิทธิ์ของเอปสันได้เจาะตลาดประเทศไทย และขยายสัดส่วนการตลาดอย่างรวดเร็ว พรินเตอร์เอปสันได้รับการพิจารณาว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำในทุกตลาด ตั้งแต่ในกลุ่มมืออาชีพ กลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ในขณะที่บริษัทฯ ยังคงคุณภาพมาตรฐานอันดีเยี่ยมของสินค้าและการบริการเหนือระดับ เอปสันจะยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

http://www.epson.co.th

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ :

เอปสัน ประเทศไทย
วิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 870

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: wisa.t@eth.epson.co.th

รัตนะ ปิยะกุลดำรง หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 849

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: rattana.pi@eth.epson.co.th

พิสิฏฐา ขจรพิพัฒน์ หัวหน้างานอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 875

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: phisittha.k@eth.epson.co.th

บริษัท พีอาร์พีเดีย จำกัด
ชัยวัฒน์ สิมะวัฒนา ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ มือถือ: 08-9811-7937

อีเมล์: cwprpedia@gmail.com

ปาณิศา ใจรักษาธรรม ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ โทร: 06-153-51644

อีเมล์: naprpedia@gmail.com

ความเห็น (0)

เพิ่มความเห็น

ความเห็น